วิธีการติดตั้ง VirtualBox บน Ubuntu Server

ปัจจุบันตัว Virtual Machine (จักรกลเสมือน) เป็นที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถทำให้คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องสามารถใช้งานได้หลากหลายระบบปฎิบัติการ เปรียบเสมือนว่าเราสามารถมีคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่องในเครื่องเดียว หลายๆ คนอาจจะเคยได้ฝึกวิธีการติดตั้ง VirtualBox บน Ubuntu Desktop แต่หลายๆ คนอาจจะมีคำถามว่าหากต้องติดตั้งบน VirtualBox บน Ubuntu Server ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะต้องใช้งานเป็น Server จริงๆ ว่า จะต้องทำอย่างไร บทความนี้เรามาติดตามเนื้่อหากันครับ ว่าทำอย่างไร

หลังจากที่ผมได้เขียนบทความที่เกียวกับวิธีการใช้งาน VirtualBox บน Desktop มาแล้วสองบทความก็คือ วิธีการติดตั้ง VirtualBox บน Ubuntu Desktop วิธีการติดตั้งระบบปฎิบัติการบน VirtualBox หลายๆ ท่านก็อาจจะเริ่มมีคำถามบ้าง ว่าถ้าหากจะต้องไปติดตั้ง VirtualBox บน Ubuntu Server บ้างจะต้องทำอย่างไร เพราะ Server บางประเภท เมื่อได้ทดลองบน Destkop แล้วอืดมาก เช่นพวก Streaming server ที่จะต้องกินทรัพยากรเครื่องที่สูงมาก ไม่สามารถทดลองบน Desktop ได้เลย เพราะเกิดอาการอืดอย่างเห็นได้ชัด จึงจำเป็นที่จะต้องทดลองบน ubuntu server และถ้าหากเราทดลองบน Ubuntu Server แล้วจะสามารถใช้งาน Guest Operatings system ได้จำนวนมากขึ้น และบางครั้งก็สามารถไปใช้งานกับ Server ที่ตั้งเพื่อใช้งานจริงได้ เรามาเริ่มเลยครับ โดยขั้นแรก ให้เราทำงานติดตั้ง Ubuntu Server บนเครื่องที่ใช้งานจริงๆ ก่อน โดยศัพท์ทางเทคนิค เราจะเรียกว่า Host Operating system หรือว่าเครื่องแม่ ซึ่งเราจะต้องติดตั้งลงบนเครื่องที่เป็น Hardware จริงๆ เสียก่อน หากท่านที่ยังไม่เคยได้ติดตั้ง Ubuntu Server มาก่อน ท่านสามารถศึกษาได้จากหนังสือคู่มือผู้ดูแลระบบ ได้จากเว็บไซด์ของชมรมโอเพนซอร์สล้านนาที่ หนังสือคู่มือ Ubuntu Server สำหรับผู้ดูแลระบบ

รูป Server ทีี่ผมใช้ทดลอง ซึ่งเครื่อง Server ที่ใช้ทดสอบไม่จำเป็นจะต้องเป็นเครื่อง Server ที่ใช้งานจริง เราอาจจะเอา PC ธรรมดา มาทดลองทำเป็น Server ก็ได้ เพราะเราต้องการแค่ศึกษาและทดลองเท่านั้น ตัวผมได้ใช้ Ubuntu 14.04 server เป็นระบบปฎิบัติการที่ใช้ทดลองติดตั้ง Virtualbox เมื่อท่านติดตัั้งระบบปฎิบัติการเสร็จแล้ว ท่านสามารถพิมพ์คำสั่งเหล่านี้ลงบนหน้าจอโดยตรง หรือว่าติดตั้ง ssh โดยใช้คำสั่ง sudo apt-get install openssh-server ที่เครื่อง Server จากนั้น เราใช้โปรแกรม Putty Remote เข้าไปดังรูปที่ 1 ซึ่งโปรแกรม Putty นี้สามารถใช้งานได้บนระบบปฎิบัติการวินโดวส์ก็ได้เช่นกัน ไม่จำเป็นจะต้องติดตั้งบน Linux Desktop เพื่อติดตั้งโปรแกรม Putty โดยตัวอย่างจากรูปที่ 1 ผมเองได้ตั้ง IP address ของเครื่อง Server ให้เป็น 192.168.1.200 หากท่านยังไม่รู้วิธีการ Fix IPaddres ท่านสามารถติดตามได้จากบทความของชมรมที่ การตั้งค่า IP สำหรับ ubuntu server แต่ในบทความนี้ผมจะใช้ putty ในการ Remote เข้าไปยัง Ubuntu Server เพื่อทำการปรับแต่งระบบ ให้สามารถใช้ Vbox headless (headless หมายถึงปราศจากระบบกราฟฟิค พูดง่ายก็คือ Text mode นั่นเอง) โดยที่ผมทดลองติดตั้ง Vbox headless รุ่น 4.3 ลงบนระบบปฎิบัติการ Ubuntu Server รุ่น 14.04 LTS (Long term support)

รูปคอมพิวเตอร์ Desktop ที่ใช้ Remote เข้าไปยังเครื่อง Server

ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผมใช้ Remote นี้ผมใช้ Ubuntu 14.04 Desktop Remote เข้าไปยังเครื่อง Server แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้ Ubuntu เหมือนกับผมก็ได้ครับ เราก็สามารถใช้วินโดวส์ แล้วติดตั้งโปรแกรม Putty เพื่อ Remote เข้าไปยัง Server ก็ได้

รูปที่ 1

ในรูปที่ 1 จะเป็นหน้าตาโปรแกรม Putty ให้เราใส่ ip address ของเครื่อง Server โดยเครื่องที่ผมตั้งไว้ ผมตั้ง ip เป็น 192.168.1.200 ถ้าท่านได้ตั้งเป็น IP ใดก็ตามให้ใส่ IP ตามนั้น จากนั้ันก็กด Open เพื่ีอที่จะทำการ Remote เข้าไปยังตัว Server

รูปที่ 2

ถ้าหากว่าคอมพิวเตอร์ของท่านเพิ่งเข้าใช้งานเป็นครั้งแรก โปรแกรมก็จะถามให้ติดตั้ง Key ให้เรากด Accept ดังรูปที่ 2 ซึ่งจะถามเพียงครั้งแรกเพียงครั้งเดียว จากนั้นโปรแกรมก็จะไม่ถามอีกเลย

รูปที่ 3

ในรูปที่ 3 ขึ้นจะปรากฎหน้าจอ Login ในรูปแบบของ text mode ซึ่งมีข้อความปรากฎขึ้นว่า Login as: ให้เรากรอกชื่อผู้ใช้งาน กด Enter จากนั้นโปรแกรมก็จะถาม password ให้เราใส่ password แล้วกด Enter จะเข้าสู่ระบบ command line ดังรูปที่ 4 หลังจากที่เรา Login เข้ามาแล้ว ก็จะเป็นรูปแบบในการสั่งงานแบบ command line พึงระลึกเสมอๆ ว่า command line บน Linux นั้นตัวเล็กกับตัวใหญ่ ถือว่ามีความแตกต่างกัน ท่านต้องพิมพ์ให้ถูกต้องทั้วตัวใหญ่และตัวเล็กและเราจะต้องมีความรู้พื้นฐานในการใช้งาน command line ในแต่ละคำสั่งอย่างเข้าใจ

รูปที่ 4

รูปที่ 5

ให้เราใช้คำสั่ง sudo sh -c "echo 'deb http://download.virtualbox.org/virtualbox/debian saucy contrib non-free' > /etc/apt/sources.list.d/virtualbox.list" โดยการพิมพ์ตามข้อความข้างบน หรือ copy ลงไปแปะบน Terminal ก็ได้ แล้วกดปุ่ม Enter จากนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะถาม password ที่เราใช้ Login เข้าเครื่อง ให้เรากรอก password ลงไป ก็จะเข้าสู่รูปที่ 6

รูปที่ 6

รูปที่ 7

จากนั้นให้เราพิมพ์คำสั่ง wget -q http://download.virtualbox.org/virtualbox/debian/oracle_vbox.asc -O- | sudo apt-key add - จะปรากฎคำว่า Ok. ดังรูปที่ 7 ซึ่งจะเป็นการเพิ่ม Repository และ key สำหรับตรวจสอบ ของโปรแกรม Virtualbox

รูปที่ 8

ให้เราสั่ง sudo apt-get update เพื่อให้โปรแกรม update ฐานข้อมูลของโปรแกรมในส่วนของ Repository

รูปที่ 9

ในรูปที่ 9 นี้แสดงว่าฐานข้อมูลสำหรับ Repository ได้มีการ update เสร็จสิ้นแล้ว

รูปที่ 10

จากนั้นให้เราใช้คำสั่ง sudo apt-get install dkms unzip

รูปที่ 11

หลังจากที่เรากด Enter ลงไปแล้ว จะมีการถามว่า Do you want to continue[Y/N] ให้เรากด Y แล้ว Enter

รูปที่ 12

หากเราติดตั้งเสร็จแล้วจะเป็นดังรูปที่ 12

รูปที่ 13

ให้เราใช้คำสั่ง sudo apt-get install virtualbox-4.3 --no-install-recommends

รูปที่ 14

ในรูปที่ 14 นี้โปรแกรมจะถามเราว่า Do you want to continue? [Y/N] ให้เรากด Y แล้วตามด้วยปุ่ม Enter จากนั้นก็จะเข้าสู่รูปที่ 15

รูปที่ 15

ในรูปนี้แสดงว่าการติดตั้งได้เสร็จสิ้นแล้ว

รูปที่ 16

ให้เราสั่ง cd /tmp เพื่อเปลี่ยนยัง Directory ชั่วคราวที่เราสามารถ Download โปรแกรม และเรียกโปรแกรมมาติดตั้งได้

รูปที่ 17

จากนั้นให้เราสั่ง wget http://download.virtualbox.org/virtualbox/4.3.6/Oracle_VM_VirtualBox_Ext...

รูปที่ 18

จากนั้นให้เราสั่ง sudo VBoxManage extpack install Oracle_VM_VirtualBox_Extension_Pack-4.3.6.vbox-extpack

รูปที่ 19

ในรูปนี้ถ้าหากว่า มีข้อความ error ปรากฎขึ้นมาดังรูปที่ 19 เราไม่ต้องแปลกใจ เรายังสามารถใช้งานได้ตามปรกติ

รูปที่ 20

ในรูปที่ 20 นี้ถ้าหากเราต้องการทดสอบดูว่าโปรแกรมของเราสามารถเรียกใช้งานได้หรือไม่ ให้เราสั่ง VBoxManage --help และผลลัพท์จะปรากฎออกไปดังรูปที่ 21

รูปที่ 21

รูปที่ 22

ทุกๆ ครั้งที่มีการ update kernel เราจำเป็นจะต้องใช้คำสั่งนี้ทุกๆครั้ง sudo /etc/init.d/vboxdrv setup ซึ่งผลลัพท์จะออกมาดังรูปที่ 23 ซึ่งหากใครใช้ Virtualbox คำสั่งนี้จะต้องใช้กันบ่อยมาก

รูปที่ 23

รูปที่ 24

ถ้าหากว่าเราต้องการตรวจสอบสถานะการณ์ทำงาน ให้เราใช้คำสั่งดังด้านล่างนี้ sudo /etc/init.d/vboxdrv status ผลลัพท์จะปรากฎออกมาดังรูปที่ 25

รูปที่ 25

อ้างอิงจาก https://www.howtoforge.com/vboxheadless-running-virtual-machines-with-vi...