ทำไมเราควรจะสนับสนุนเทคโนโลยีที่เราอยากจะให้มันเกิด

หลายๆ ท่านอาจจะเคยคิดว่า ทำไมโลกการพัฒนา มันพัฒนาไปช้าจัง อยากจะให้เกิดสิ่งนั้น สิ่งนี้ขึ้นในโลกบ้างจัง เพื่อชีวิตเราจะได้สดวกสบายขึ้น แต่เราลืมมองอะไร บางอย่างไปหรือเปล่า ว่าสิ่งเหล่านั้น มันเติบได้โตได้อย่างไร

นวัตกรรมนั้นคือสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่โบราณ มนุษย์ได้ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อดีตกาล และมนุษย์ก็ไม่เคยได้หยุดพัฒนา และมนุษย์ก็หาสิ่งที่สามารถมาตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ กับความต้องการที่ไม่ได้มีขีดจำกัดของมนุษย์ ทำให้นวัตกรรมได้พัฒนาไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีหยุดยั้ง เราอย่าคิดว่าคนในอดีตเค้าไม่ได้มีนวัตกรรม นวัตกรรมที่ยิ่งใหญ่มาตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นปิรามิด หรือกำแพงเมืองจีน ก็คือนวัตกรรมที่ท้าทายความเป็นไปได้ของคนในอดีตมาแล้วทั้งนั้น และมนุษย์ก็ไม่ได้เคยหยุดที่จะพัฒนา แม้กระทั้้งในปัจจุบัน
แม้นว่าเทคโนโลยีต่างๆ และความรู้ต่างๆ จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะว่ามนุษย์เองไม่ได้เคยหยุดพัฒนาตนเอง แต่เราต้องอย่าลืมว่าเทคโนโลยีหลายๆ อย่าง มันสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่เพราะมีคนสนับสนุนมันอยู่อย่างเรื่อยๆ ยกตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดเจน ก็คือ บริษัท Apple ทำไมบริษัทนี้ถึงได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาดได้อย่างต่อเนื่อง และมีคนสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเค้ามากมาย เพราะเค้าคิดในสิ่งที่่คนในสมัยปัจจุบันไม่ได้คิด หรือกระทำตามความคุ้นของคนในสมัยปัจจุบัน แต่เค้ากลับคิดสิ่งที่ตอบสนองต่อความต้องการได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ออกมาอย่างต่อเนื่อง Apple จึงกลายเป็นชื่อของผลิตภัณฑ์ที่มีความล้ำหน้าในด้านนวัตกรรม
แล้วเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ในปัจจุบันที่เราอยากจะให้มันเกิด เราเคยถามตัวเราเองบ้างใหม? หลายๆ อย่างผมอยากจะให้มันเกิดเช่น รถยนต์ไม่ต้องใช้น้ำมัน Solar Cell ประสิทธิภาพสูง ชนิดที่ว่าเราไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากการไฟฟ้าอีกต่อไป และที่ผมสนับสนุนโดยตลอดมาก็คือด้านโอเพนซอร์ส
นอกจากผมจะสนับสนุนด้านโอเพนซอร์สแล้ว อีกประการหนึ่งที่ผมอยากจะสนับสนุนก็คือ Solar Cell ประสิทธิภาพสูง และทุกๆ วันนี้ผมสนับสนุนได้เพียงผมเองซื้อ Solar Cell ประสิทธิภาพต่ำ อันได้แก่ Solar Power Bank
ทำไมผมถึงต้องซื้อ Solar Power Bank ที่ราคาแพงกว่า Power Bank ธรรมดา ราคาที่ผมซื้อคือ 890 บาท แต่ผมเองกลับมองในหลายๆ จุดที่คนไม่ได้มองก็คือว่า ถ้าผมซื้อ เดี๋ยวก็มีคนอื่นๆ ซื้อตามผม เพราะถ้าผมใช้ เดี๋ยวก็มีคนใช้เหมือนอย่างผม เพราะเค้าเห็นแล้วว่า มันใช้แล้วดี ใช้แล้วเกิดประโยชน์ เพราะว่า Solar Power Bank สามารถใช้แสงอาทิตย์สร้างพลังงานให้กับตัวมันเองได้ โดยไม่ต้องง้อปลั๊กไฟ เพราะหลายๆ ครั้งแม้ว่าจะอยู่ในเมือง เราก็เจอปัญหาที่ว่าหาจุดต่อปลั๊กไฟยาก ซึ่งก็เคยมีข่าวว่า นักศึกษาที่สิงค์โปรไปเสียบปลั๊กไฟของเค้าแล้วถูกเค้าปรับ
http://shows.voicetv.co.th/the-chat-room/94932.html
และประเทศไทยของเรานั้น ก็มีปัญหาเหมือนกันครับ เช่นเมื่อไปเสียบปลั๊กไฟของตามสถานที่ต่างๆ ก็จะโดนเค้าเตือน ซึ่งตรงนี้ จะไปมองว่าเค้าใจแคบ ก็ขอให้มองอีกด้านว่า ไฟฟ้ามันก็มีค่าใช้จ่าย มันไม่ใช่ของฟรีๆ การไปใจดีให้กับทุกๆ คน จะทำให้ค่าใช้จ่ายและภาระต่างๆ นั้นมาตกที่ตัวเค้าเอง ดังนั้นเราก็อย่าพึ่งไปโทษใครกับปัญหานี้ เราก็ต้องมองว่า เพราะว่าเราไม่ได้ช่วยกันสร้างพลังงานฟรีหรือเปล่า? ปัญหาเหล่านี้จึงเกิดขึ้น


Solar Power Bank ที่สามารถ Charge พลังงานได้เมื่อมีแสงแดด

แล้วเราเคยย้อนมามีคำถามกันบ้างหรือเปล่า ว่าฉันก็ไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์นะ แล้วฉันจะไปพัฒนาพวกพลังงานเสรี เหล่านั้นได้อย่างไร แล้วอย่าลืมว่านักวิทยาศาสตร์เค้าก็พัฒนาไม่ได้เหมือนกันครับ เค้าก็คนธรรมดา เค้านั่งภาวนาเป็นร้อยปีก็ไม่มีทางพัฒนาได้ครับ ถ้าไม่มีใครที่จะจ้างให้เค้าทดลองและพัฒนา
แล้วใครละที่จะไปจ้างนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้นให้พัฒนาออกมา ก็เป็นนายทุน หรือเจ้าของทุนที่เค้าต้องการจะลงทุน แต่เราเคยมองย้อนไปบ้างหรือเปล่าครับ ว่านายทุนเค้าก็ผลิตเงินใช้เองไม่ได้ หลายๆ ครั้งที่เค้าจำเป็นจะต้องกู้เงินจากธนาคาร เสียดอกเบี้ย การลงทุนทุกๆ อย่างมีความเสี่ยง ถ้าเค้าพลาด เค้าก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย แล้วเค้าจะเอาเงินไปลงทุนให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ทำไม ถ้าหากว่าการลงทุนนั้นไม่ได้กำไรกลับคืนมา
ทำไมเราควรจะสนับสนุนเทคโนโลยีที่เราอยากจะให้มันเกิดแล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าเค้าจะได้กำไร ก็คือผู้บริโภคไงละครับ ผู้บริโภคที่มีความต้องการอันไม่ได้เป็นขีดจำกัด เป็นกลใกที่ทำให้ตลาดเติบโต และทำให้มีนักลงทุนที่อยากจะลงทุน เพราะในเมื่อเค้าเห็นว่า ถ้าหากลงทุนไปแล้วได้กำไรกลับคืนมา
แล้วเราจะทำให้ตลาดเติบโตได้อย่างไร หลายๆ คนอาจจะคิดว่า ฉันก็แค่คนธรรมดาๆ ฉันจะไปผลักดันตลาดได้อย่างไร มันเป็นไปได้เหรอ เรื่องบ้าๆ เสียเวลาเปล่าที่จะไปผลักดันตลาดได้อย่างไร ฉันคนเดียวจะไปผลักดันกระแสสังคมได้อย่างไร
เราอย่าลืมว่ากระแสสังคมนั้นเราไม่ได้มีความจำเป็นจะต้องไปผลักดัน เพราะกระแสสังคมเค้าก็จะเดินไปตามทางของมันเอง เราควบคุมอะไรไม่ได้ คนที่คิดจะควบคุมการตลาดก็เปรียบเสมือนกับคนโง่ๆ ที่คิดจะใช้สองมือกวักกระแสคลื่นทะเลให้ไปตามใจของตนเอง ตลาดเป็นสิ่งที่ไม่มีใครควบคุมได้ เพราะแม้แต่บริษัทชั้นนำของโลก ก็เคยพลาดเรื่องการตลาดมาแล้วทั้งนั้น จนถึงขั้นล้มละลายปิดบริษัทมานักต่อนักแล้ว เพราะมั่นใจอะไรผิดๆ คิดว่าเค้าสามารถควบคุมตลาดได้
หลายๆ คนพอมาถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่า ในเมื่อฉันก็รู้แล้วว่าฉันควบคุมตลาดไม่ได้ แล้วฉันจะไปผลักดัน หรือทำอะไรได้ ปล่อยให้มันไปเฉยๆ ปล่อยให้โลกหมุนไปตามเวลาของมันจะดีมั๊ย ถ้าคิดแบบนั้นผมก็จะขอแย้งว่า คุณก็จะคิดผิดเช่นกัน เพราะในเมื่อเรารู้ว่าเราควบคุมไม่ได้ แต่เราชักนำได้ เพราะอย่าลืมว่า มนุษย์ทุกๆ คนนั้นมองหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง เพราะถ้าสิ่งที่เราพยายามชักจูงเค้านั้น เค้าไม่เห็นประโยชน์เราพูดให้ตายอย่างไร ก็ไม่มีใครเค้ายอมทำตามเรา แต่ถ้าเราสามารถแสดงให้ทุกๆ คนเห็นได้ว่า สิ่งเหล่านั้นคือประโยชน์ของเค้า น้อยคนที่จะไม่ทำตามครับ ตัว Solar Cell ถ้าเราเป็นคนที่อยากจะใช้ และยอมซื้อมาใช้ และเมื่อคนอื่นๆ ได้เห็นว่ามันมีประโยชน์ ความเติบโต และการพัฒนาในรุ่นต่อๆ ไป มันก็จะมาเองครับ เพราะถึงเวลานั้น เราก็ไม่ต้องไปชักชวนใครอีกแล้ว คนเค้าก็ใช้กันเอง โดยไม่ต้องบอกกล่าว
กลับมาถึงเรื่องของโอเพนซอร์ส หลายๆ คนกลับบ่นและเบื่อว่า เมื่อใหร่โอเพนซอร์สมันจะเติบโต แต่ทำไมเราไม่ย้อนคำถามกลับละครับ แล้วเราใช้มันหรือเปล่า ใช้แล้ว ใช้เป็นมากน้อยแค่ใหน พอมีปัญหาเราก็บ่นเบื่อ ว่ามันไม่ดี แล้วตรงที่ไม่ดีนั้น เราเคยคิดจะย้อนกล้บไปบอกนักพัฒนาบ้างมั๊ย ว่าเค้ายังขาดเหลืออะไร ทำไมมันถึงพัฒนาไม่ได้ แล้วเราเคยได้บริจาคเงินมากน้อยแค่ใหนให้กับนักพัฒนา เพื่อเค้าจะได้มีกำลังไปพัฒนาให้มีรุ่นใหม่ๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

โอเพนซอร์สจะเติบโตหรือไม่ อย่าถามใครครับ นอกจากถามตัวเรา ว่าเราใช้มันหรือเปล่า?